โรงเรียนพึ่งตนเอง

หมู่ที่ 1 หลักช้าง ช้างกลาง นครศรีธรรมราช 80250

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

075-486584

โรงเรียนพึ่งตนเอง

ผู้อำนวยการ  โรงเรียนพึ่งตนเอง

นาย สนธยา พาหุบุตร

Previous
Next

โรงเรียนพึ่งตนเอง ประวัติความเป็นมา

โรงเรียนพึ่งตนเอง  จัดตั้งเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2487 ถึงปัจจุบัน เป็นเวลาร่วม 76 ปีแล้ว ผู้ก่อตั้ง คือ อาจารย์มี จันทร์เมือง อดีตศึกษาธิการอำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบันเป็นหมู่ที่ 1 ตำบลหลักช้าง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช และบ้านสวนเกษมสุข ก็ยังเป็นที่อยู่อาศัยของบุตร-หลาน ของอาจารย์มี จันทร์เมือง จนถึงถึงปัจจุบัน

เหตุที่โรงเรียนนี้ได้ชื่อว่า “ โรงเรียนพึ่งตนเอง ” เพราะท่านผู้จัดตั้งได้ปรารภไว้เมื่อตอนแรกว่า “เยาวชนของชาติ เรามุ่งที่จะเป็นกาฝากของชาติ…..ชาติไทยจึงไม่มีวันถึงเขตอารยะ ฉะนั้นจึงขอวอนครูทั้งหลาย…..ในทางที่จะกล่อมเกลาให้เด็กไปในทางที่สามารถพึ่งตนเองได้…..”

ด้วยเจตนาอันแน่วแน่ที่มีอยู่ ท่านผู้ก่อตั้งจึงใช้ชื่อโรงเรียนว่า “ โรงเรียนพึ่งตนเอง ” ตั้งแต่นั้นมาและถือพุทธศาสนสุภาษิต “ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ” ตนนั้นแหละเป็นที่พึ่งของตน เป็นปรัชญาประจำสถานศึกษาตลอดมา

ปีแรกเปิดเรียน ตั้งแต่ ม.1-ม.3 มีนักเรียน 46 คน อาจารย์มี จันทร์เมือง เป็นเจ้าของ นายพรัด ตารมย์ เป็นผู้จัดการ นายประโลม นาคะ เป็นครูใหญ่ เมื่อดำเนินงานมาเป็นเวลา 3 ปี เจ้าของโรงเรียนเห็นว่าท่านขาดทุนทรัพย์ที่จะสนับสนุนให้กิจการโรงเรียนเจริญก้าวหน้าได้ จึงมอบกิจการให้กับ พระใบฎีกา-ครื้น โสภโณ เจ้าอาวาสวัดจันดี ท่านเจ้าอาวาสจึงย้ายโรงเรียนจากสวนเกษมสุขมาไว้ที่วัดจันดี ใช้โรงธรรมเป็นที่เรียน โรงเรียนนี้จึงเป็นโรงเรียนของวัดตั้งแต่นั้นมา มีหลานของพระใบฎีกาครื้น โสภโณ ชื่อนายเปลี่ยน หยูทองอินทร์ เป็นเจ้าของโดยนิตินัย แต่โดยพฤตินัยแล้ว ท่านเจ้าอาวาสเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งสิ้น กิจการโรงเรียนเจริญขึ้นมากถึงปี 2492 เปิดสอนชั้น ม.6 และโดยเหตุที่วัดจันดีมีพระเดชพระคุณพ่อท่านคล้ายมาประจำพรรษาอยู่ จึงมีผู้คนไปมามากมาย โรงเรียนพึ่งตนเองจึงเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปหลายจังหวัด แม้แต่ในกรุงเทพมหานคร มีบุคคลสำคัญระดับชาติ รับเป็นผู้อุปการะโรงเรียน อาทิ ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม เป็นต้น ท่านเจ้าอาวาสบำเพ็ญตนเป็นนักบุญเต็มที่ เด็กจากที่ใกล้ไกลมาศึกษาเล่าเรียนกันมากมาย ผู้ไม่มีที่อยู่อาศัยก็ได้พึ่งพาวัด กินอยู่หลับนอน ศึกษาเล่าเรียนเสร็จ อาจกล่าวได้ว่า ระยะนั้นโรงเรียนพึ่งตนเองเป็นร่มไม้ใบบุญของคนทั่วสารทิศ ทั้งนี้เพราะบารมีของพ่อท่านคล้าย เป็นสำคัญ

เมื่อโรงเรียนเจริญขึ้น ตั้งแต่ปี 2498 เป็นต้นมาวัดจึงได้สร้างอาคารเรียนกึ่งถาวรหลังหนึ่งขนาด 10 ห้องเรียน ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับวัดจันดี ( โรงเรียนวัดจันดี ) แต่ก็เป็นที่เรียนได้ระยะหนึ่งเท่านั้น เพราะมีนักเรียนเพิ่มขึ้นมาก จนไม่มีที่เรียน วัดจึงได้มาสร้างอาคารเรียนกึ่งถาวรขึ้นในที่ใหม่ ซึ่งเป็นที่ดินที่มีผู้มาถวายพ่อท่านคล้าย ที่โรงเรียนตั้งอยู่ปัจจุบันนี้ และได้สร้างเพิ่มขึ้นอีกเป็นหลังที่ 2 หลังที่ 3 รวมเป็นอาคารเรียนทั้งหมด 4 หลัง จำนวน 24 ห้องเรียน ภายหลังวัดได้มอบอาคารหลังเดิมให้กับโรงเรียนวัดจันดี แล้วจึงสร้างอาคารชั่วคราวขึ้นอีก 1 หลัง รวมอยู่ในที่เดียวกัน ในปี 2506 – 2507 โรงเรียนเปิดสอนถึงชั้นม.ปลาย ตามหลักสูตร 2503 แต่ต้องยกเลิกไป เพราะขาดครูระดับปริญญา เมื่อยกเลิกระดับ ม.ปลาย จึงเปิดเรียนระดับประถมศึกษาขึ้นแทน โรงเรียนเริ่มชะลอความเจริญก้าวหน้าลงในปี 2503 เจ้าอาวาสวัดจันดี ได้นิมนต์พ่อท่านคล้าย มาเป็นประธานในการก่อสร้างเจดีย์ลงที่ด้านหลังอาคารเรียน ทุกคนให้ความสนใจในการก่อสร้างเจดีย์กันมาก บริเวณก่อสร้างกลายเป็นชุมชนหนาแน่น มีปัญหาหลายอย่างตามมา ครูและผู้บริหารโรงเรียน ผลัดเปลี่ยนกันบ่อยครั้ง ประกอบกับเริ่มมีโรงเรียนมัธยมเปิดขึ้นมากมาย ทำให้จำนวนนักเรียนของโรงเรียนลดลง ปี 2513 พ่อท่านคล้าย ได้ถึงแก่มรณภาพที่กรุงเทพมหานคร หลังจากนั้นได้ 2 ปี พระใบฏีกาครื้น โสภโณ ลาสิกขาบท และถึงแก่กรรมในเวลาต่อมา นายเปลี่ยน หยูทองอินทร์ เจ้าของโรงเรียน ได้ดำเนินงานมาอีก 5 ปี จึงได้ขายกิจการโรงเรียนให้แก่ นายสุรัตน์ ฐานะกาญจน์

นายสุรัตน์ ฐานะกาญจน์ รับโอนกิจการโรงเรียนมาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2518 ได้พยายามทุกวิถีทางที่จะบริหารโรงเรียนให้เจริญก้าวหน้า เช่น ปรับปรุงอาคารเรียน สร้างอุปกรณ์ ปรับวิธีการสอน การเรียน การปกครอง ปรับปรุงสนาม ปรับบริเวณ สร้างอาคารเรียนใหม่ 1 หลัง ขนาด 3 ห้องเรียน ในปี 2536 วัดช่วยต่อเป็น 7 ห้องเรียน

ในปี 2522 โรงเรียนยุบเลิกระดับประถมศึกษา ถึงปี 2524 เปิดเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ในปี 2534 โรงเรียนในสังกัด สปช. มีการขยายโอกาสทางการศึกษา เริ่มเปิดเรียนชั้นม.1 และจะขยายเต็มรูปแบบเกือบทุกโรงในเวลาไม่นานนี้

ในปี 2537 นายสุรินทร์ พาหุบุตร รับโอนกิจการของโรงเรียนมาดำเนินการ มีการปรับปรุงโรงเรียน ปรับปรุงอาคารเรียน อาคารประกอบฯ มีรถบริการรับส่งนักเรียน มีความตั้งใจและหวังที่จะพยุงโรงเรียนให้คงสภาพอยู่ได้ต่อไปในอนาคต พร้อมกับเริ่มขยายชั้นเรียน เปิดดำเนินการด้านการเรียนการสอน ดังนี้
ในปี 2543 ขยายชั้นเรียนโดยเปิดสอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2543
ในปี 2544 เปิดสอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
ในปี 2545 เปิดสอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ในปี 2546 ขยายชั้นเรียนและเปิดสอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-5-6 พร้อมกัน หรือเปิดทำการสอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2-3-4-5 และ 6 ตามลำดับ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2544
ในปี 2551 เปิดสอนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ชั้นอนุบาล 1 – อนุบาล 3 ใช้อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว 1 หลัง 4 ห้องเรียน ขนาด 6 x 6 เมตร

ปัจจุบันโรงเรียนเปิดทำการสอนตั้งระดับการศึกษาชั้นอนุบาล 1-อนุบาล 3 , ชั้น ป.1-ป.6,ชั้นม.1- ม.3 และชั้น ม.4 -ม.6 หรือตั้งแต่ระดับชั้นปฐมวัย-ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ปัจจุบันมีนายสุรินทร์ พาหุบุตร เป็นผู้รับใบอนุญาต นายสนธยา พาหุบุตร เป็นผู้จัดการและผู้อำนวยการ มีครู – อาจารย์ ทั้งเป็นวุฒิปริญญาโท ปริญญาตรี และอนุปริญญา ตลอดจนครู-อาจารย์ ที่ช่วยงานสอนพิเศษฯ เป็นต้น

วิสัยทัศน์

โรงเรียนพึ่งตนเอง จะพัฒนาการเรียนรู้คู่คุณธรรม นำเทคโนโลยีมาใช้ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมดูแลสุขภาพ ส่งเสริมให้นักเรียน คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง มีคุณธรรมจริยธรรม และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

พันธกิจ

องค์กรและโครงสร้างการบริหารงานโดยทุกคนมีส่วนร่วม มีการแบ่งสายงาน
และภารหน้าที่ตามลักษณะงาน มีแผนปฎิบัติงาน มีการประชุมวางแผน มีการติดตามผลการปฎิบัติงานอย่างต่อเนื่องและชัดเจน
2. จัดบุคลากรเข้าปฎิบัติงานตามความรู้ ความสามารถ ความถนัดและพัฒนาบุคลากรให้เป็นมืออาชีพ โดยให้การศึกษาอบรมและศึกษาดูงาน
3. จัดให้มีการปฎิรูปการเรียนรู้โดยการปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและการวัดผลประเมินผลตามสภาพจริง
4. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมและสนับสนุน ให้นักเรียนเป็นคนดีมีคุณธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ส่งเสริมกิจกรรมด้านกีฬา และการออกกำลังกายเพื่อพัฒนาสุขภาพกาย จิตและบุคลิกที่ดี ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
5. พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้รักการเรียนรู้ มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักแสวงหาความรู้พัฒนาตนเอง มีศักยภาพในการรับรู้ข่าวสารและการใช้เทคโนโลยี
6. จัดให้มีหลักสูตรสถานศึกษาที่เหมาะสมกับผู้เรียน และสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น รักษ์สิ่งแวดล้อม ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิใจในความเป็นไทยและท้องถิ่น
7. จัดให้มีสื่อการสอนที่เหมาะสมกับผู้เรียน นำเอาภูมิปัญญาและแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์และเอื้อต่อการเรียนรู้
8. ปรับปรุงอาคารสถานที่ อาคารประกอบ ห้องพิเศษและสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ให้น่าอยู่ น่าเรียน และเป็นบ้านหลังที่สองของนักเรียน ทั้งสอดส่องดูแล ให้ผู้เรียนปลอดจากสิ่งเสพติดให้โทษ สิ่งมอมเมา
9. สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ทั้งแสวงหาความร่วมมือในการระดมทรัพยากรมาใช้ในท้องถิ่นเพื่อการศึกษา
10. จัดระบบการนิเทศภายใน การวัดผลประเมินผลและทบทวนเพื่อตรวจสอบคุณภาพการศึกษาให้เป็นระบบ

นโยบายเป้าประสงค์

(๑) จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในรูปแบบการศึกษาในระบบ ตามหลักสูตรสถานศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖
และหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๔
(๒) เพื่อให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียนการสอน หรืออุปกรณ์เกี่ยวกับการเรียนการสอน ให้แก่
นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และบุคลากรของโรงเรียน
(๓) เพื่อให้บริการด้านวิชาการ และบริการอื่นแก่ชุมชน
(๔) เพื่อให้นักเรียน มีความรู้คู่คุณธรรมจริยธรรม

อัตลักษณ์ – เอกลักษณ์

อัตลักษณ์โรงเรียนพึ่งตนเอง
“มานะพากเพียร เรียนดี กีฬาเด่น เน้นคุณธรรม”

เอกลักษณ์ของโรงเรียน

” ส่งเสริมความเป็นเลิศ เต็มศักยภาพ ตามความถนัด “

ปรัชญาโรงเรียน

“ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ” ตนนั้นแหละเป็นที่พึ่งของตน

คำขวัญประจำโรงเรียน

“มานะพากเพียร เรียนดี กีฬาเด่น เน้นคุณธรรม”